House Edge หรือทฤษฎีการพนัน คือ?
House Edge (ความได้เปรียบของเจ้ามือ) คือ อัตราได้เปรียบทางคณิตศาสตร์ที่บ่อนคาสิโนหรือเจ้ามือมีเหนือผู้เล่นในระยะยาว ซึ่งรับประกันว่าในท้ายที่สุดแล้วคาสิโนจะเป็นฝ่ายทำกำไรเสมอ โดยตัวเลขนี้แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์
ในทุก ๆ เงินเดิมพัน 100 บาท คาสิโนคาดหวังว่าจะได้กำไรกลับคืนมา 5 บาทในระยะยาว ส่วนเงินที่เหลือจะคืนกลับเป็นเงินรางวัลให้ผู้เล่น (ซึ่งตรงข้ามกับค่า RTP หรือ Return to Player)
- ความแน่นอนทางสถิติ
- กติกา อัตราการจ่ายเงิน (Payout)
- ความสัมพันธ์กับกลยุทธ์
เปรียบเทียบ House Edge ในเกมคาสิโนยอดนิยม
ประเภทเกม / ชนิดการเดิมพัน อัตรา House Edge โดยประมาณ:
- Blackjack เล่นด้วยกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ประมาณ 0.4% – 1%
- Baccarat เลือกแทงฝั่งเจ้ามือ (Banker) ประมาณ 1.06%
- Baccarat เลือกแทงฝั่งผู้เล่น (Player) ประมาณ 1.24%
- European Roulette เครื่องรูเล็ตศูนย์เดี่ยว ประมาณ 2.7%
- American Roulette เครื่องรูเล็ตสองศูนย์ ประมาณ 5.26%
- Slot Machines ตู้สล็อตแมชชีน ประมาณ 2% – 15% โดยขึ้นอยู่กับตัวตู้และค่า RTP ที่ตั้งไว้
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการคำนวณและความน่าจะเป็นสามารถศึกษาได้ที่เว็บไซต์ Investopedia Guide โดยคลิกที่นี้<<<Click Here
ค่าคาดหมาย Expected Value (EV)
ค่าคาดหมาย หรือ Expected Value (EV) คือ วิธีคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อหา ผลลัพธ์เฉลี่ยที่เราจะได้รับจากการเดิมพันหรือการตัดสินใจหนึ่ง ๆ หากเราทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ในระยะยาว ถ้าค่า EV เป็นบวก (+) หมายความว่าคุณจะกำไรในระยะยาว แต่ถ้าค่า EV เป็นลบ (-) หมายความว่าคุณจะขาดทุนในระยะยาว (ซึ่งเกมในคาสิโนส่วนใหญ่จะมีค่า EV เป็นลบสำหรับผู้เล่น เนื่องจากมี House Edge คอยหักออกไป)
สูตรสำหรับคำนวณ Expected Value (EV) คือ
\(EV=(\text{โอกาสชนะ}\times \text{จำนวนเงินที่ได้})+(\text{โอกาสแพ้}\times \text{จำนวนเงินที่เสีย})\)
หมายเหตุ: โอกาส (Probability) ต้องใช้เป็นทศนิยมหรือเศษส่วน โดยผลรวมของโอกาสทั้งหมดต้องเท่ากับ 1 หรือ 100% เสมอ และจำนวนเงินที่เสียให้ใส่เครื่องหมายลบ (-) นำหน้า
ตัวอย่างที่ 1: การโยนเหรียญหัว-ก้อย (เดิมพันแบบยุติธรรม)
คุณและเพื่อนเดิมพันกันโยนเหรียญที่เที่ยงตรง ถ้าออกหัวคุณได้ 100 บาท ถ้าออกก้อยคุณเสีย 100 บาท
- โอกาสออกหัว (ชนะ) = 0.5
- โอกาสออกก้อย (แพ้) = 0.5
คำนวณ: \(EV = (0.5 \times 100) + (0.5 \times -100) = 50 – 50 = \mathbf{0\text{ บาท}}\)
สรุป: เกมนี้มีค่า EV เป็น 0 แปลว่าในระยะยาว ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
ตัวอย่างที่ 2: การแทงรูเล็ตแบบยุติธรรม (ไม่มีช่อง 0) VS รูเล็ตคาสิโนจริง
คุณแทง “สีแดง” 100 บาท ในเกมรูเล็ตที่มีช่องสีแดง 18 ช่อง และสีดำ 18 ช่อง (รวม 36 ช่อง ไม่มีเลข 0) อัตราจ่ายคือ 1 เท่า (ชนะได้ 100 บาท แพ้เสีย 100 บาท)
- โอกาสชนะ = \(18/36 = 0.5\)
- โอกาสแพ้ = \(18/36 = 0.5\)
- คำนวณ: \(EV = (0.5 \times 100) + (0.5 \times -100) = \mathbf{0\text{ บาท}}\)
แต่ในคาสิโนจริง (European Roulette) จะมีช่องเลข 0 (สีเขียว) เพิ่มเข้ามาอีก 1 ช่อง รวมเป็น 37 ช่อง ทำให้คณิตศาสตร์เปลี่ยนไปทันที: - โอกาสชนะ (ออกสีแดง) = \(18/37 \approx 0.4865\)
- โอกาสแพ้ (ออกสีดำหรือเลข 0) = \(19/37 \approx 0.5135\)
- คำนวณ: \(EV = (0.4865 \times 100) + (0.5135 \times -100) = 48.65 – 51.35 = \mathbf{-2.70\text{ บาท}}\)
สรุป: ทุกครั้งที่คุณวางเดิมพัน 100 บาท ในระยะยาวคุณจะเสียเงินเฉลี่ยตาละ 2.70 บาท ให้กับเจ้ามือ (นี่คือที่มาของ House Edge 2.7%)
การนำ EV ไปใช้กับการเทรด
แนวคิดการนำ House Edge Model ไปปรับใช้กับการบริหารความเสี่ยงในการเล่นคาสิโนออนไลน์
การนำ House Edge Model ไปปรับใช้ในชีวิตจริงและโลกธุรกิจ ไม่ใช่การเปิดบ่อนคาสิโน แต่คือการสร้าง “ระบบที่มีความได้เปรียบทางคณิตศาสตร์อย่างยั่งยืน” (Sustainable Mathematical Edge) เพื่อให้คุณกลายเป็น “เจ้ามือ” ในเกมการเงินของคุณเอง
1. สร้างระบบ Positive EV
กำหนดจุดทำกำไร (Take Profit) และจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ให้สอดคล้องกับ Win Rate โดยคำนวณผ่าน Investopedia – Mathematical Expectation Model เพื่อให้ได้ค่าเฉลี่ยที่เป็นบวกเสมอ
2. ควบคุมจิตวิทยาด้วยสถิติ
บ่อนคาสิโนไม่เคยตื่นตระหนกเวลาผู้เล่นแจ็กพอตแตก เพราะพวกเขารู้ว่าสถิติระยะยาวจะทำเงินให้ เช่นเดียวกับนักเทรดที่ต้องมีวินัยทำตามระบบเดิมซ้ำ ๆ แม้จะเจอช่วงแพ้ติดต่อกัน (Drawdown)
3. การบริหารหน้าตัก (Position Sizing)
คาสิโนมีกฎจำกัดวงเงินเดิมพันสูงสุด (Table Limit) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นที่เงินหนาใช้สูตรทบเงิน (Martingale) จนบ่อนเจ๊ง ในการเทรดคุณจึงต้องคุมความเสี่ยงไม่ให้เกิน 1–2% ของพอร์ตต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
4. หลีกเลี่ยงเกมที่มี Negative EV ยิ่งเล่นยิ่งเสีย
การซื้อลอตเตอรี่ การพนัน หรือการลงทุนในสินทรัพย์แชร์ลูกโซ่ที่ไม่มีมูลค่าพื้นฐานรองรับ เพราะคณิตศาสตร์เบื้องหลังระบุชัดเจนว่าคุณจะเสียเงินในระยะยาว
ตัวอย่างเกมเจ้ามือได้เปรียบ
เราได้สำรวจ และหยิบยกตัวอย่างมา โดยเรียงลำดับจากเกมที่เจ้ามือได้เปรียบสูงสุด ไปถึงน้อยสุด ยกตัวอย่างดังนี้
แครปส์ (Craps)
เกมพนันลูกเต๋า โดยผู้เล่นจะต้องวางเดิมพันผลการทอยผลรวมของลูกเต๋า 2 ลูก ซึ่งเป็นการโยนลูกเต๋าสองลูกลงบนโต๊ะกำมะหยี่ยาวๆ ที่มีช่อง Odd ต่างๆ ให้แทงและจ่ายตามราคาของแต่ละช่อง เกมนี้เจ้ามือจะได้เปรียบมากน้อยก็จะขึ้นอยู่กับการเลือกแทงของเรา ซึ่งมีหลายช่องทีเดียวที่โอกาส 50:50 คือเจ้ามือไม่ได้เปรียบเลย แต่ถ้าอยากได้รางวัลเยอะๆ หลายๆ เท่าเจ้ามืออาจได้เปรียบสูงถึง 15% (เช่น ถ้าแทงว่าจะออก 7 ซึ่งถ้าถูกจะได้สี่เท่าแต่โอกาสออกแค่หนึ่งในห้า)
รูเล็ต (Roulette)
วงล้อรูเล็ตประกอบด้วยช่องตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 36 สลับสีกันระหว่าง สีแดง (Red) และ สีดำ (Black) โดยมีช่อง สีเขียว (Green) สำหรับเลข 0 เกมยอดนิยมฝั่งยุโรปนั้น ก็ขึ้นกับว่าบ่อนไหนจะเป็นแป้นหมุนที่มีเลข 0 กี่ตัว ถ้ามี 0 ช่องเดียวเจ้ามือก็ได้เปรียบแค่ 2.8% แต่ถ้ามีช่อง 00 เพิ่มขึ้นมาอีกช่อง เจ้ามือก็จะได้เปรียบ 5.6% โดยที่เราสามารถเลือกแทงได้ดังนี้
- Straight Up (เต็งเลขเดี่ยว): วางชิปบนเลขใดเลขหนึ่ง (0-36) โดยจะมีอัตราจ่าย 35:1 เท่าของเงินเดิมพัน
- Split (แทงกั๊ก 2 เลข): วางชิปคร่อมเส้นระหว่าง 2 ตัวเลขที่อยู่ติดกัน โดยจะมีอัตราจ่าย 17:1 เท่าของเงินเดิมพัน
- Street (แทงแถว 3 เลข): วางชิปที่เส้นขอบท้ายแถวที่มี 3 ตัวเลข โดยจะมีอัตราจ่าย 11:1 เท่าของเงินเดิมพัน
- Corner (แทงสี่มุม): วางชิปตรงจุดตัดของตัวเลข 4 ตัว โดยจะมีอัตราจ่าย 8:1 เท่าของเงินเดิมพัน
หากสนใจเกี่ยวกับเกมรูเล็ตออนไลน์เพิ่มเติม อ่านบทความไดที่นี้ คลิก<<<Click
บาคาร่า (Baccarat)
เกมไพ่ยอดนิยมอันดับ1ในคาสิโน มีรูปแบบการเดิมพันคล้ายๆกันกับไพ่ป๊อกเด้งของประเทศไทย ซึ่งเจ้ามือก็ได้เปรียบเพียงแค่ 1.2% เท่านั้น โดยมีรูปแบบการเดิมพันคือ
- ฝ่ายผู้เล่น (Player): แทนด้วยสัญลักษณ์สีน้ำเงิน อัตราจ่าย 100% ของยอดเดิมพัน
- ฝ่ายเจ้ามือ (Banker): แทนด้วยสัญลักษณ์สีแดง อัตราจ่าย 95% ของยอดเดิมพัน
(ส่วนนี้ทำให้เจ้ามือได้เปรียบตามกฏของ House Edge)
หากสนใจเกี่ยวกับแทงบาคาร่าออนไลน์เพิ่มเติม อ่านบทความไดที่นี้ คลิก<<<Click
แบล็คแจ็ค (Blackjack)
เกมไพ่ในคาสิโนที่มีเป้าหมายให้รวมแต้มไพ่ในมือให้ใกล้เคียงหรือเท่ากับ 21 แต้มมากที่สุด โดยห้ามเกิน 21 แต้ม โดยที่ผู้เล่นจะต้องเล่นแข่งกับ “ดีลเลอร์ หรือเจ้ามือโดยตรง” (Dealer) ซึ่งเกมนี้เจ้ามือได้เปรียบน้อยที่สุด โดยเจ้ามือจะได้เปรียบแค่ 0.35% ตามกติกาเวกัส
ทริคสำคัญ: คำว่า “Blackjack” คือ การที่ผู้เล่นได้ไพ่ 2 ใบแรกเป็น ไพ่ A คู่กับไพ่ที่มีค่า 10 แต้ม อาทิเช่น 10, J, Q, K รวมเป็น 21 แต้ม ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นชนะทันที และยังได้อัตราจ่ายพิเศษเพิ่มขึ้นอีกด้วย
หากสนใจเกี่ยวกับไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์เพิ่มเติม อ่านบทความไดที่นี้ คลิก<<<Click
Q&A คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. จำนวนเดิมพันต่ำสุดคือเท่าไร?
จำนวนเดิมพันขั้นต่ำสุดที่สามารถวางได้คือ 1 บาท หรือเบท1บาท อย่างไรก็ตาม ข้อนี้มักจะใช้กับสล็อตบางเกมที่ผู้เล่นสามารถเปิดใช้งานเพย์ไลน์ในวิดีโอสล็อตสมัยใหม่ นอกจากนั้นจะแล้วแต่ประเภทเกมที่ดีลเลอร์กำหนดไว้
2. หลุดการเชื่อมต่อระหว่างเล่นเกมส์ ทำยังไง?
ในส่วนของเกม RNG (Random Number Generator) เช่น สล็อต ตัวเกมจะหยุดชั่วคราวเพื่อให้ผู้เล่นสามารถเล่นต่อจากจุดที่หลุดการเชื่อมต่อได้เมื่อเชื่อมใหม่อีกครั้ง หากการเดิมพันได้รับการตัดสินแล้วก่อนการหลุด RNG จะทำให้รอบนั้นเสร็จสิ้น และกลับมาเล่นต่อได้โดยอัตโนมัติ
และในส่วนของเกมไลฟ์คาสิโน การเดิมพันที่ยืนยันแล้วทั้งหมดจะยังคงมีผลและจะถูกตัดสินแม้ผู้เล่นไม่อยู่ ผลลัพธ์สามารถตรวจสอบได้ในประวัติการเล่นเกม โดยสมาชิกสามารถตรวจสอบได้ในระบบ Member
สรุป
การพนันในคาสิโนนั้น เป็นการพนันที่เจ้ามือได้เปรียบ (House Edge) ไม่มากนัก ทำให้หลายคนเชื่อว่าบ่อนจะต้องโกงด้วยถึงได้ร่ำรวยมีคนอยากเปิดบ่อนกันเยอะแยะ แต่ผมเชื่อว่าบ่อนมาตรฐานนั้นไม่จำเป็นต้องโกงเลย ถ้ามีคนเล่นมากพอและเงินหมุนเวียนจำนวนมาก แค่ 1-5% ที่ได้เปรียบก็เหลือที่จะกำไรแล้ว
เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โต๊ะแบล็คแจ็คโต๊ะหนึ่งที่มีคนเล่นเฉลี่ยห้าคน แทงคนละ 100 เหรียญ ชั่วโมงหนึ่งห้าสิบตา ถ้าบ่อนได้แค่ 0.35% ก็จะได้ชั่วโมงละ 90 เหรียญ สมมติมีสองร้อยโต๊ะ วันนึงแต่ละโต๊ะเปิดเฉลี่ย 8 ชั่วโมง ก็จะได้กำไรแค่เกมแบล็คแจ็คอย่างเดียวก็ 140,000 เหรียญ รวมหลายๆ เกมก็ได้กำไรวันละอาจจะถึงล้านเหรียญ ไม่รวมอาหารเครื่องดื่มห้องพัก นับเป็นธุรกิจที่ดีมากทีเดียว แถมคนเล่นก็ไม่ได้ถูกเอาเปรียบมากมายนัก
เป็นการพนันแบบที่เรียกว่า Parimutuel Betting หรือบางทีก็เรียกว่า “โต๊ด” (Tote) นั่นก็คือเป็นการเอาเงินพนันทั้งหมดมาลงขัน แล้วเอาไปแบ่งกันในหมู่ผู้ที่แทงถูกหลังจากหักภาษีและค่าใช้จ่ายแล้ว ซึ่งในประเทศไทย (มีแต่ม้าแข่ง) สนามจะหักออก 22.5% เป็นภาษี 12.5% สนามม้าได้ 10% ที่เหลือจึงนำไปแบ่งกันในหมู่นักพนันที่ได้รางวัล